"ALWAYS BE ABLE TO LOOK BACK AND SAY;
AT LEASE I DIDN'T LEAD NO HUMDRUM LIFE"
จงเป็นคนที่มองย้อนหลังไปแล้วพูดได้เสมอว่า
"อย่างน้อย ผมก็มีชีวิตที่ไม่เคยราบเรียบ"
- Forrest Gump -
.................................................................................
ถนนหรือทางเดินทุกที่ ไม่เคยที่จะราบเรียบ
แม้กระทั่งพื้นในบ้านของเราเอง อย่างน้อยก็ต้องมีทางต่างระดับ
มีบันใดให้ก้าวเดิน มีพื้นสูง พึ้นต่ำ หรือ แม้แต่รอยต่อกระเบื้อง
ทางเดินแต่ละทาง ถนนแต่ละเส้น ล้วนแตกต่าง แต่สิ่งที่ไม่ต่างคือ
ทุกๆถนนและหนทางนั้น มีทั้งทางเรียบ ทางขรุขระ ทางชำรุด หรือแม้แต่ทางลาดยางใหม่ :)
ภาพยนตร์เรื่อง ฟอร์เรส กัมป์ เป็นภาพยนตร์ที่ได้ดูเมื่อไม่นานมานี้
เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนวิชา จิตเวช
ตอนแรกก็นั่งดูแบบ เออดีเนาะ วันนี้ไม่ต้องเรียน อิอิ
กะจะนั่งทำงานการบ้านวิชาอื่นเต็มที่
แต่กลับกลายเป็นว่า นั่งดูตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบเรื่อง
โดยไม่ได้แตะงานเลย
สนุกมากจริงๆกับเรื่องราวชีวิตของคนๆหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลย
จนกลายมาเป็นมหาเศรษฐีได้
เมื่อคืนได้โอกาสดีดูซีรีย์ฝรั่งเรื่องที่ตั้งใจว่าจะดูนานแล้ว
ก็ได้ดูสักที นั่นก็คือเรื่อง GLEE นั่นเอง
ใครจะมองว่าเป็นเรื่องวัยรุ่นไร้สาระ ลองดูด้วยตัวคุณเองแล้วจะรู้ว่า
ในชีวิตที่ผ่านมาทำไมตอนเรียนมัธยม ฉันไม่เป็นอย่างนี้บ้าง
ดูแล้วเกิดแรงบันดาลใจดีมากๆ
แม้ตอนนี้ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ แต่ใช่ว่าชีวิตมัธยมที่ผ่านมา
มันไม่สนุกเอาสะเลยก็ไม่ใช่ แต่มันก็สร้างกำลังใจทุกครั้งที่คิดถึง
.............................................................................................
วันนี้เป็นวันแรกที่ได้อยู่ตรง
OPD (Out Patient Department แผนกผู้ป่วยนอก)
การทำงานตรงนี้คือต้องหาเคสที่มาโรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บป่วย
ๆม่ใช่มาตรวจตามนัด มาฟังผล ทำแผล อะไรทำนองนี้
จากนั้นก็ซักประวัติ ตรวจร่างกาย
เมื่อพร้อมก็เข้าพร้อมพบแพทย์พร้อมเคสตัวเอง
เล่าเคสให้แพทย์ฟัง ทั้งหมด
คือ เริ่มด้วยชื่อ อายุ อาการสำคัญที่มาวันนี้
ประวัติเจ็บป่วยปัจจุบัน ประวัติเจ็บป่วยในอดีต
ประวัติส่วนบุคคลต่างๆ การตรวจร่างกาย และสุดท้ายคือ
เราคิดว่าเคสป่วยเป็นอะไรได้บ้าง อย่างน้อยสามโรค
แล้วคิดว่าอะไรคือโรคที่เคสเป็น
พร้อมทั้งบอกเหตุผลว่าทำไมเราจึงวินิจฉัยว่าเป็นแบบนั้น
วางแผนการรักษา พร้อมทั้งให้คำแนะนำ
ก็จะจบไปในหนึ่งเคส คิดในใจ ตายแน่ๆเลย
เรียนพยาบาลนะโว้ย ไม่ใด้เรียนหมอ
แต่ลืมคิดไปว่ามาฝึกการรักษาขั้นต้น อิอิ
คิดไปต่างๆนานา สาระพัดว่าตัวเองจะวินิจฉัยโรคถูกมั้ยยังไง
และแล้วเวลานั้นก็มาถึง
เคสแรก แท๊น แท่น แทนนนน
ชายไทย อายุ 32ปี
มาด้วยอาการ ปวดเสียดทั่วท้อง 1 วันก่อนมาโรงพยาบาล
ให้ประวัติว่า 2 วันก่อนถ่ายเหลวเป็นน้ำ สีเหลือง ไม่มีมูกเลือดปน
สามครั้ง จากนั้นวันถัดมาก็มีอาการถ่ายเหลวเหมือนเดิม
แต่มีอาเจียนเป็นน้ำใสๆสีเขียว หนึ่งครั้ง
และเริ่มมีอาการปวดเสียดทั่วท้อง ทานยาหยุดถ่ายแต่ยังมีถ่าย
อาการไม่ดีขึ้นเลยมาโรงพยาบาล
เคยเป็นกระเพาะอาหารอักเสบ เคยสูบบุหรี่วันละ 3-4 มวน /วัน
แต่เลิกมาประมาณหนึ่งปีดื่มเหล้านานๆที
ชอบทานอาหารรสจัด
ตรวจร่างกายไม่พบอาการผิดปกติใด ๆ
ข้อมูลเคสคร่าวๆก็ประมาณนี้ แต่รายงานแพทย์มากกว่านี้
เข้าไปตรวจพร้อมวินิจฉัยให้พี่แพทย์ฟัง ก็สรุปตรงกันว่าใช่
นั่นคือ เป็น อาหารเป็นพิษ เพราะถามไปถามมา
ก็บอกว่าเย็นก่อนท้องจะเสียไปทานส้มตำมา นั่นไง!!!
อิอิ เคสแรกถือว่าง่ายมากกกกกกกก
แต่มันก็เพิ่มความมั่นใจขึ้นมาเป็นกอง
เคสที่สอง
เป็นชายไทย (อีกแล้ว เอ๊ะ!!!) อายุ 47 ปี
มาด้วยอาการ ปวดจุกบริเวณลิ้นปี่ใต้ชายโครงขวา 2 ชม ก่อนมา
เคสนี้ก็มาด้วยอาการปวดท้องอีกแล้วว
เคสนี้เอาสั้นๆว่า ตอนแรกสงสัยเลยว่าจะเป็น Duodenal Ulcer (DU ประมาณว่าลำไส้เล็กส่วนดูโอดินัมเป็นแผล)
เพราะปวดมาทางด้านขวา
แต่ก็แอบคิดว่าอาจจะเป็น PU = Peptic Ulcer กระอาหารเป็นแผล
แต่พอได้ซักไปซักมา ก็โดนใจไปทาง PU เต็มที่
สรุปก็คือ ใช่จริงๆ อิอิ ^^
เก็บสองเคสพอแระ จากนั้นก็ไปช่วยเพื่อนวินิจฉัย
แล้วก็ถูกทั้งสองโรคเลยย
ทั้งสองโรคมาด้วยอาการปวดศีรษะ แล้วไม่ได้อ่านมาสะด้วย
เปิดแฮนด์เอ้า ก็เป็นภาาาปะกิด นั่งแปลแบบงูๆปลาๆ
ภายในเวลาสามนาที ฮ่าๆแล้วแบบถูกด้วยอ่ะ 55555
วะว้าววว เราก็มีความรู้เหมือนกันนะเนี๊ยะ
ทั้งๆที่วิชานี้ภาคทฤษฎีคะแนนห่วยแตกมากก
หลับตลอด สอบก็ตก ฮ่าๆ
แอบภูมิใจหน่อยๆไม่ได้ :))
ประสบการณ์ในอดีต ทำให้เราเป็นเราในปัจจุบัน
และประสบการณ์ในปัจจุบัน จะทำให้เราเป็นเราในอนาคต
ประสบการณืชีวิตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะดีหรือร้าย
มันอาจทำให้เราเข้มแข็งขึ้น หรือ อ่อนแอลงได้ทั้งนั้น
ทุกๆอย่างที่ผ่านเข้ามา ในวันนี้ มันอาจจะเป็น
ภูมิคุ้มกันชั้นดีให้กับเราในวันข้างหน้าก็ได้
ใครจะไปรู้ ^^
"ALWAYS BE ABLE TO LOOK BACK AND SAY;
"อย่างน้อย ผมก็มีชีวิตที่ไม่เคยราบเรียบ"




No comments:
Post a Comment