Friday, 22 February 2013

Nothing is permanent


  Nothing is permanent in this wicked world, not even our troubles.


          ไม่มีอะไรที่คงทนถาวรเลยสักอย่างในโลกที่โหดร้าย แม้กระทั่งความทุกข์ของชีวิต

คําคมภาษาอังกฤษพร้อมคําแปล.


.............................................................................................
นานมากๆแล้วกับการห่างหายไปจากบล็อก
ทั้งๆที่คิดถึงใจจะขาดดรอนๆ อิอิ
นั่นก็เพราะว่าคอมมันเจ๊งไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง
บวกกะไม่มีเน็ตให้เล่น
วันนี้ได้โอกาสมาร้านเน็ตเขียนบล็อกสะหน่อยให้พอหายคิดถึง 
หายคัดไม้คัดมือ
............................................................

เจอคำคมนี้โดยบังเอิญอ่านแล้วชอบมาก
ชอบมากจริงๆ
มันเป็นอะไรที่เป็นความจริงในชีวิต
ไม่ว่าความทุกข์หรือสุข
มันไม่ได้อยู่กับเราจีรังยั่งยืนเท่าไหร่
ในวันๆหนึ่งเรามีทั้งสุขทุกข์ปะปนกันไป
ถ้าถามว่าวันไหนมีความสุขที่สุดตัวเองคงตอบไม่ได้
เพราะอยากให้ทุกๆงันเป็นวันที่มีความสุขที่สุด ประมาณว่าโลภมากนั่นเอง

ตอนนี้มีเวลามานั่งอยู่กับตัวเองมากๆๆๆ
แบบว่างมาก เลยทำให้ได้รู้ ได้คิดอะไรมากขึ้น
เสียใจกับสิ่งที่เคยทำไว้ในอดีต 
แต่ก็เท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
ทำได้แค่ทำปัจจุบันให้ไม่ล้มเหลวเหมือนในอดีต
(แต่จะทำได้อีกมั้ยเนี๊ยะ +_+)



ทำให้นึกถึงคนไข้จิตเวชที่เคยได้คุยด้วยตอนทำกลุ่ม
ตอนฝึกที่โรงพยาบาลศรีธัญญา
หลายๆคนที่พบเจอมักจะป่วยเป็น
โรค Schizophrenia หรือ โรคจิตเภท 
โรคนี้พบได้บ่อย และปัจจุบันก็มีแนวโน้มมีอัตราที่สูงขึ้น
(จากการเรียนวิชาแนวโน้มทางการพยาบาลเมื่อเทอมที่แล้ว มีแนวส่อเค้าว่า อีก 20 ปีทั่วโลก คนจะป่วยเป็นโรคทางจิตมากขึ้น =_+ ตอนนี้คิดว่าตัวเองก็ใกล้เข้าไปทุกที )

นอกเรื่องตลอด และที่ได้เข้าไปฝึกก็เป็นวอร์ด (Ward = หอผู้ป่วย)
ชาย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นชายฉกรรณ์ ไม่ใช่ ชายฉะ กัน !!!! 5555555
เมื่อได้คุยกันก็พูดคุยถึงสาเหตุของการที่ทำไมถึงป่วยเป็นโรคนี้ 
(จริงๆก็มีหลายสาเหตุ อธิบายมันจะยาวมากกกก)
และบอกได้เลยว่าหลังจากคุย ร้อยละ 98% ของผู้ป่วยทุุกคนมีประวัติเคยใช้ยา พวกสารเสพติด และสารระเหย ซึ่งมีผลต่อสมองมากๆๆ (แนวคิดขแงแพทย์ยุคปัจจุบันของผู้ป่วยทางจิตเกี่ยวข้องกับพวกสารสื่อประสาท ที่หลั่งในสมอง)

และยาสารเสพติดที่เป็นตัวการสำคัญก็คือ ยาบ้า 
หรืออาจจะเรียกยาม้าก็ไม่ขัด
ทางการแพทย์เรียกสารพวกนี้ว่า แอมเฟตามีน 
ซึ่งผู้ที่เสพไปนานๆจะเกี่ยวข้องกับสารสื่อประสาทตัวหนึ่งที่เรียกว่า
โดปามีน หรือสั้นๆ โดป้า (Dopamine)
และคนที่ป่วยเป็น Schizophrenia นั้น 
พบว่าสารชนิดนี้จะหลั่งออกมามากกว่าปกติ
(กลไกการหลั่งสารในสมอง ไว้ว่างๆๆๆๆๆๆ จะมาเล่าให้ฟังสั้นๆ +o+)



รู้สึกจะกล่าวมากไปไม่เกี่ยวกับข้างต้นแระ
อิอิ 
แต่ละคนก็จะเล่าให้ฟังว่า ทำไมถึงไปติดยาเสพติดเหล่านี้
และเกือบทุกคนก็บอกว่า "ถ้าย้อนเวลาไปได้ก็จะไม่ไปยุ่งกับมัน"

เพราะหลายๆึคนที่เป็นผู้ป่วยทางจิต เค้าก็ไม่สามารถเลือกได้หรอกนะค่ะว่าเค้าจะกลายเป็นคนที่สังคม 
ตราหน้า ว่า เป็นคนโรคจิต หรือคนบ้า (ทางการแพทย์เรียกว่า Stigma) 
และปัจจัยที่ช่วยส่งเสริม หรือ กระตุ้นได้ดีอีกตัวหนึ่งคือ ครอบครัว
หลังจากที่ได้ฟังผู้ป่วยหลายๆคนเล่าให้ฟัง

และคิดว่าตัวเองโชคดีมากที่ มีครอบครัวที่พร้อมเข้าใจ 
หลายๆคนคิด เอ๊ะ ยังไง
ไม่อยากจะบอกแต่ก็จะเล่าให้ฟังว่า ตอนสมัยเรียนมัธยม 
ตอนนั้นอยู่ ม 4 เทอมแรกเลย เป็นคนที่ที่เรียนไม่เข้าใจก็ไม่เรียนเลย
อารมณ์แบบติสมากก (แต่หนูเรียนวิทย์-คณิต)
ผลปรากฏว่า ติด 0 ค่าาาา วิชา เคมี ที่บ้านก็โอเคเข้าใจก็บอกติดก็แก้สิ ง่ายจะตาย เราก็กลัวก็กลัวว่าคนที่บ้านจะผิดหวัง
รู้ว่าเค้าผิดหวังแต่เค้าก็ไม่กดดันให้เราต้องเสียกำลังใจ 
และแล้วว พอ ม 5 อิอิ 4 เคมี จะไปไหนเสีียยยยย 
ถือว่าเป็นความสำเร็จเล็กๆน้อยๆ

............................................................................................


หลายๆครั้งเคนคิดกับตัวเองว่า
แท้จริงแล้ว ความสุขคืออะไร
ความสุขอยู่ตรงไหน
ณ ตอนนี้ก้ยังตอบไ่ได้อยู่ดี :)
รู้แค่ว่า วันนี้สุข วันนี้ทุกข์
ทำอะไรแล้วสบายใจ
อยู่ที่ไหนแล้วมีความสุข 
ตอนนี้ คิดได้แค่นี้แหละ 
ไม่ต้องมีอย่างคนอื่น อยู่กับสิ่งที่เรามี
ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป 
ก่อนแล้วกันในตอนนี้

30 คำคมสร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิต


.....................................................................................................................